แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ เคล็ดลับการดูแลผิว แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ เคล็ดลับการดูแลผิว แสดงบทความทั้งหมด

วันศุกร์ที่ 11 ธันวาคม พ.ศ. 2558

เฮลตี้ดีดีวันนี้เลิศเว่อไปกับวิธีลดต้นแขนกันคะ


6940258da


วิธีที่ 1 ออกกำลังกายผลาญไขมัน
    หากต้องการอยากให้แขนเล็กลงก็ต้องพยายามออกแรงในส่วนนั้นเพิ่มมากขึ้น เพื่อจะทำให้ไขมันค่อยๆสลายหายไป และแปรเปลี่ยนมาเป็นกล้ามเนื้อที่แข็งแรงมากขึ้นแทน อย่างไรก็ตาม สาวๆไม่ต้องกลัวไปนะค่ะว่าหากเราออกกำลังกายไปมากๆแล้ว จะทำให้กล้ามปูดขึ้นมาหรือป่าว เพราะหากเราไม่ได้มีการรับประทานโปรตีนอาหารเสริมอย่างที่นักเล่นกล้ามเขาทำกัน โอกาสจะเกิดเป็นกล้ามใหญ่ๆก็คงไม่มีแน่นอน ซึ่งท่าทางการบริหารต้นแขนก็มีให้เลือกมากมาย อยู่ที่ว่าคุณต้องการบริหารต้นแขนในส่วนไหนเป็นพิเศษ เพราะแต่ละท่าทางก็จะเป็นการบริหารที่แตกต่างกันออกไป ทั้งต้นแขนด้านบน หรือต้นแขนด้านล่าง โดยอุปกรณ์ที่ขาดไม่ได้สำหรับการบริหารต้นแขน ก็คือ ดัมเบล ซึ่งควรมีน้ำหนักที่พอดี ไม่มากหรือน้อยจนเกินไป แต่ถ้าหาดัลเบลไม่ได้ก็อาจใช้เป็นขวดบรรจุน้ำแก้ขัดไปก่อนได้

    วิธีที่ 2 ปรับเปลี่ยนการรับประทานอาหาร
    เป็นสิ่งที่คุณควรจะทำให้ได้อยู่เสมอไม่ว่าคุณคิดจะลดไขมันในส่วนไหนก็ตาม เพราะการรับประทานอาหารที่มีคาร์โบไฮเดรตหรือไขมันสูง ย่อมเกิดการสะสมและพอกพูนตามอวัยวะต่างๆทั่วร่างกาย รวมไปถึงท้องแขนด้วย ซึ่งหากเราสามารถที่จะดูแลเรื่องอาหารการกินได้ดี โอกาสที่จะมีแขนเรียวเล็กสมใจ ก็คงไม่นานเกินรออย่างแน่นอน

    วิธีที่ 3 สวมปลอกกระชับต้นแขน 
    เป็นอีกหนึ่งวิธีที่จะช่วยให้คุณดูมีต้นแขนที่เล็กลงได้ แม้อาจจะไม่ใช่วิธีที่ช่วยให้แขนเล็กลงได้อย่างถาวรก็ตาม แต่ก็เป็นหนึ่งในการสร้างแรงบันดาลใจให้คุณรีบลดต้นแขนให้ได้ไวๆ จะได้ไม่ต้องทนใส่ปลอกรัดแขนเช่นนี้ให้อึดอัดอีกต่อไป
ซึ่งปลอกกระชับต้นแขนก็มีให้เลือกหลายเกรดหลายราคา ทั้งแบบที่เนื้อผ้าทอด้วยเส้นใยพิเศษ หรือแบบพลาสติกธรรมดาทั่วไป สะดวกแบบไหนก็หามาลองใช้เล่นๆก่อนได้ตามใจชอบเลยค่ะ

    วิธีที่ 4 นวดด้วยครีมลดต้นแขน
สาวกครีมบำรุงผิวน่าจะรู้จักกับครีมกระชับสัดส่วนเป็นอย่างดี ครีมชนิดนี้มีความสามารถในการกระชับสัดส่วนได้บ้าง ซึ่งหลักการของครีมชนิดนี้ ก็คือ การเป็นสารที่สกัดมาจากสมุนไพรบ้างชนิด ที่มีสรรพคุณในการเกิดความร้อนในอุณหภูมิที่ร่างกายยังสามารถทานทนได้ ความร้อนที่เกิดขึ้นระหว่างการทาครีมเหล่านี้จะไปช่วยสลายไขมันตามท้องแขนที่เราไม่ต้องการ แต่ก็ต้องมีการใช้เป็นประจำอย่างต่อเนื่องจึงจะสามารถเห็นผลได้อย่างชัดเจน 

    วิธีที่ 5 ฉีดยาสลายไขมัน
    เชื่อว่าคงมีคนใจร้อนหลายคนที่ไม่อาจจะรอให้ไขมันหายไปเองตามธรรมชาติได้ จึงจำเป็นต้องพึ่งพาวิธีทางการแพทย์โดยการฉีดสารบางอย่างเข้าไปในร่างกาย สารที่ว่านี้จะเป็นกลุ่มยาหลายๆ ตัวผสมกัน เช่น Phosphatidylcholine,
L-carnitine, Deoxycholate, Dexpanthenol (B5), Amino acids, Minerals เป็นต้น ซึ่งสารเหล่านี้จะเข้าไปทำให้ผนังไขมันแตกตัว ไขมันจึงเปลี่ยนไขมันเหลว แล้วรอให้ร่างกายดูดซึมกลับไปเอง ต้นแขนของคุณจึงลดขนาดลงได้

    วิธีที่ 6 ขจัดไขมันด้วยวิธีทางการแพทย์
    สำหรับคนที่ใจร้อนมากกว่านั้น การแพทย์ก็มีการตอบสนองความต้องการในอีกหลายรูปแบบ เพื่อที่จะช่วยให้คุณมีแขนเรียวเล็กได้เร็วทันใจแบบไม่ต้องมัวควบคุมอาหารหรือออกกำลังกาย วิธีเหล่านี้เช่น การใช้คลื่นวิทยุ การฉีดคาร์บ็อกซี่ (Carboxy Therapy) การดูดไขมัน (Liposuction) การเวเซอร์ (Vaser liposelection) เป็นต้น ซึ่งหากใครที่คิดอยากจะลองใช้วิธีการเหล่านี้ในการลดต้นแขน ก็แนะนำให้ศึกษาข้อมูลให้ดีเสียก่อน เพราะการใช้สารเคมีบางอย่าง อาจทำให้เกิดปฏิกิริยาที่ไม่ถูกกับร่างกายของบุคคลบางกลุ่มได้

เฮลตี้ดีๆไปกับการดูแลนิ้วมือให้สวยวิ๊งอ่อนวัย



                     การดูแล ทนุถนอม มือ นิ้วมือ และเล็บให้สวย

106_20130828173211.
สิ่งที่ควรปฏิบัติ กับ มือ มีดังนี้ 

  น้ำมะนาว และ เปลือกมะนาว ช่วยให้นิ้วมือสะอาดและขาวขึ้น ควรบีบน้ำมะนาว หรือใช้เปลือกมะนาว ทาบนมือที่แห้ง แล้วค่อย ๆ ทาครีมบำรุงทับ
  การใช้มาสค์ลอกมือ แบบเดียวกับที่ใช้ลอกหน้า จะให้ผลดีต่อผิวเช่นกัน ในขณะนี้มีสถานเสริมความงามมากมาย ที่มีการ มาสค์มือด้วยขี้ผึ้ง ช่วยให้มือนุ่ม และขาว ผิวพรรณที่มือดีขึ้น

  น้ำมันมะกอก ช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์ ควรหาเวลา แช่มือในน้ำมันมะกอกอุ่นๆ สักอาทิตย์ละครั้ง ครั้งละ 30 นาที วิธีนี้เหมาะสำหรับผู้ที่มีผิวค่อนข้างแห้ง 

  รดมือ ด้วยน้ำส้มสายชูกลั่นผสมน้ำเจือจาง หลังจากล้างมือ จะช่วยไม่ให้มือแห้ง แตก หรือเกิดการติดเชื้อขึ้นได้ 

  รอยตกกระบนหลังมือสามารถป้องกันได้ด้วยครีมกันแดด 

  ถ้ามือแห้ง และแตกมากๆ เพราะทำงานมากเกินไป หรืออะไรก็ตามที ควรล้างความสกปรกที่ติดอยู่ตามรอยแตกนั้นด้วยมะนาว แล้วนวดด้วยน้ำมันมะกอกทิ้งไว้สักพัก ค่อยล้างออกด้วยน้ำสบู่ หลังจากล้างน้ำสะอาดแล้ว นวดด้วยแฮนด์ครีม ทำอย่างนี้ทุกวัน ไม่ช้าริ้วรอยแห้งแตกก็จะหายไป 

  ข้อนิ้วบวมอาจเกิดจากไขข้ออักเสบ หรือความผิดปกติอื่นๆก็ได้ วิธีที่ดีที่สุดก็คือ รีบไปปรึกษาแพทย์ 

  ถ้านิ้วมือเป็นรอยเปื้อนจากคราบบุหรี่ น้ำมะนาว จะช่วยขจัดได้ดีที่สุด 

  รู้จักรักษามือให้สวยแล้วบริหารให้แข็งแรงบ้างดีมั้ย วิธีบริหารมีอยู่ว่า… กำมือแน่นๆสัก 2-3 นาที แล้วเหยียดออก ยืดนิ้วออกจากกันให้มากที่สุด ทำ 2 มือพร้อมกัน ซ้ำ 6 ครั้ง 
คว่ำฝ่ามือไว้ข้างหน้า ให้นิ้วเหยียดตรง นิ้วทุกนิ้วชิดกันให้แน่นที่สุดเท่าที่จะทำได้ แล้วแยกนิ้วออกไปกว้างๆทำซ้ำ 6 ครั้ง (ทำ 2 มือ พร้อมกัน) 

  ปล่อยมือตามสบายและอย่างผ่อนคลาย แล้วหมุนข้อมือเป็นวงกลม ตามเข็มนาฬิกา แล้วค่อยย้อนกลับทวนเข็มนาฬิกา ทำทีละข้างจะง่ายกว่า โดยหมุนตามเข็ม 10 ครั้ง แล้วทวนเข็มอีก 10 ครั้ง 

  คว่ำฝ่ามือตามสบาย แล้วค่อยๆยกมือขึ้นอย่างช้าๆ แล้วคว่ำฝ่ามือลงไปใหม่ ต้องทำโดยไม่เกร็งมือ ทำ 10 ครั้ง 

การดูแลมือ และวิธีบริหาร มือ ที่กล่าวมาแล้ว นอกจาก ทำให้มือสวยแล้ว เล็บก็ต้องดูดีด้วยเช่นกัน จะแต่งแต้มสีเล็บ ทั้งสีสดใส หรือสีอ่อนๆ ก็ตาม ที่สำคัญ ต้องรักษาความสะอาด ดูแลให้สั้นได้รูป โค้งมน ดูสวยงาม สะอาด สะอ้านตลอดเวลา


วันอาทิตย์ที่ 1 พฤศจิกายน พ.ศ. 2558

เคล็ด (ไม่) ลับ กับการดูแลผิวคล้ำเสีย


download

เคล็บลับผิวสวย

    ผิวพรรณที่ดี ดูสวยงาม เป็นส่วนสำคัญอย่างหนึ่งที่เกิดจากการดูแลผิวที่ดี จนทำให้ปัจจุบันการบำรุงผิวพรรณด้วยครีมบำรุงให้สวยงามต่างก็มีการโฆษณาแข่งขันกันมากมาย ทำให้ครีมบำรุงผิวบางชนิดมีราคาแพงจนหลาย ๆ คนไม่สามารถซื้อหามาใช้ได้ แต่วันนี้เรามีวิธีการดูแลผิวให้สวยใส ด้วยวิธีง่าย ๆ แบบธรรมชาติไม่ต้องสิ้นเปลืองเงินทองในกระเป๋ากันมากนัก แต่ก่อนอื่นเลยก็ต้องมาดูสาเหตุทำให้ผิวพรรณเสื่อมโทรม แก่ชรา หมองคล้ำ เป็นฝ้า กระ และจุดด่างดำ กันเสียก่อนว่ามันมีสาเหตุมาจากอะไรบ้าง เพื่อที่เราจะได้หาทางป้องกันและแก้ไขได้ถูกวิธี

สาเหตุทำให้ผิวแห้งเสีย

  1. แสงแดด รังสีอัลตราไวโอเลตจากแสงแดดสามารถทำให้ผิวหนังเกิดริ้วรอยก่อนวัยได้ เพราะแสงแดดเป็นตัวทำลายคอลลาเจนที่เป็นเนื้อเยื่อที่ทำหน้าที่ประสานเซลล์ผิวหนังเข้าด้วยกันและไฟเบอร์อีลาสตินในผิวหนังจะหนาขึ้นเมื่อได้รับแสงแดดมากเกินไป หลาย ๆ คน โดยเฉพาะฝรั่งที่นิยมอาบแดดทำผิวสีแทน อาจจะเป็นที่นิยมแต่ก็ยังส่งผลกระทบต่อสุขภาพของผิวหนังและเพิ่มความเสี่ยงต่อโรคมะเร็งผิวหนังด้วย ส่วนกลไกการเกิดผิวสีแทนนั้น เมื่อผิวหนังของเราโดนแสงแดดจะไปกระตุ้นเม็ดสีเมลาโนไซท์ให้ปล่อยเมลานินออกมา และเม็ดสีจะย้ายไปอยู่ที่พื้นผิวของผิวหนังและทำให้เกิดสีน้ำตาลขึ้นเพื่อปกป้องผิวจากการถูกทำลายโดยแสงแดด นอกจากนี้ความร้อนจากแสงแดดยังเป็นตัวทำให้น้ำมันที่เคลือบผิวหนังลดน้อยลงอีกด้วย ซึ่งเป็นสาเหตุทำให้ผิวหนังลอกเป็นสะเก็ดและแห้ง
  2. อากาศแห้ง อย่างฤดูหนาว ความชื้นในอากาศจะต่ำลงเป็นสาเหตุทำให้ผิวแห้งหยาบ ส่วนลมหนาวจะเป็นตัวทำให้ผิวแห้งแตกและดึงความชุ่มชื้นออกจากผิวหนัง ดังนั้นเมื่ออากาศหนาว ๆ เราจึงจำเป็นต้องทาโลชั่นป้องกันผิวไว้ทั้งตัว ส่วนเครื่องทำน้ำอุ่นก็ทำให้ผิวแห้งได้เช่นกัน นอกจากนี้เครื่องปรับอากาศในเมืองร้อนและอากาศเทียมบนเครื่องบินก็ทำให้ผิวแห้งได้ด้วย เราจึงจำเป็นต้องทาครีมเพิ่มความชุ่มชื้นให้ทั่วผิวด้วย
  3. อากาศหนาว อากาศที่หนาวจัดจะทำให้เส้นเลือดหดตัว เลือดไปเลี้ยงส่วนต่าง ๆ ได้ไม่ดีนัก เราจึงจำเป็นต้องมีการออกกำลังบริหารร่างกายเพื่อกระตุ้นเลือดให้ไปเลี้ยงส่วนต่าง ๆ ของร่างกายรวมถึงผิวหนังด้วย และควรสวมเสื้อผ้าให้ความอบอุ่น รวมทั้งการปรับอุณหภูมิของน้ำอุ่นที่ใช้อาบให้เย็นขึ้น
  4. มลภาวะในอากาศ ฝุ่นควันเสีย ควันจากอาหาร ฯลฯ จะทำให้มีสารตกค้างที่ผิวหนังจนส่งผลทำให้ผิวพรรณเสื่อมโทรมและดูหมองคล้ำ ซึ่งปกติแล้วเยื่อหุ้มเซลล์จะเป็นด่านป้องกันที่สำคัญของร่างกายและมีหน้าที่ตัดสินว่าสารตัวใดที่ควรหรือไม่ควรจะนำเข้าสู่ร่างกาย สารอันตรายจะถูกกันออกจากเซลล์โดยเยื่อหุ้มเซลล์ได้ในปริมาณหนึ่ง แต่ถ้ามากเกินไปก็จะกันไม่ได้ (สารอนุมูลอิสระสามารถทำลายกลไกนี้ได้)
  5. ความเครียด เป็นสาเหตุทำให้เกิดการหลั่งฮอร์โมนแห่งความเครียดและการทำงานของร่างกายแปรปรวนในหลายระบบ รวมทั้งการขับถ่ายของเสีย สารพิษ และทำให้ผิวหนังเสื่อมง่าย
  6. สารตกค้าง ในอาหารหลายชนิดก็เป็นสาเหตุทำให้ร่างกายไม่สดใสงดงามได้ อีกทั้งยังเป็นอนุมูลอิสระที่คอยทำให้เซลล์เสื่อมและแก่ชรา เช่น สารกันบูด สารกันรา ยาฆ่าแมลง เป็นต้น
  7. การสูบบุหรี่ อีกสาเหตุที่ทำให้เกิดสารอันตรายเข้าไปทำลายเนื้อเยื่อต่าง ๆ ทำให้หลอดเลือดหดตัว และทำให้การส่งสารอาหารไปตามหลอดเลือดแย่ลง
  8. ยาเสพติด ก็ทำให้เกิดสารอันตรายทำลายเนื้อเยื่อต่าง ๆ ได้เช่นกัน และยังมีสารอนุมูลอิสระที่ทำลายเซลล์เซลล์ให้เสื่อม แก่ชรา และอาจกลายเป็นเซลล์มะเร็งได้
  9. เครื่องดื่มที่มีคาเฟอีน เช่น น้ำชา กาแฟ จะทำให้เนื้อเยื่อทั่วร่างกายและผิวหนังขาดน้ำจนเกิดรอยเหี่ยวย่นและเกิดถุงใต้ตาได้ง่าย
    แสงไฟที่สว่างจากจอคอมพิวเตอร์ จอโทรศัพท์ที่มีรังสีต่าง ๆ จะไปกระตุ้นให้เซลล์สร้างเม็ดสีดำมากขึ้นและกระจายสู่หนังกำพร้าได้เช่นเดียวกับแสงอาทิตย์
  10. น้ำหนักตัวที่ลดลงอย่างรวดเร็ว มีผลทำให้ผิวหนังเหี่ยวย่นและหย่อนยานอย่างชัดเจน ดังนั้นการควบคุมน้ำหนักตัวให้คงที่จะช่วยป้องกันการเกิดริ้วรอยเหี่ยวย่นได้
---------------------------------------
ขอขอบคุณที่มาข้อมูลจาก frynn 
ขอขอบคุณภาพจาก pooyingnaka