วันศุกร์ที่ 11 ธันวาคม พ.ศ. 2558

เฮลตี้ดีดีวันนี้เลิศเว่อไปกับวิธีลดต้นแขนกันคะ


6940258da


วิธีที่ 1 ออกกำลังกายผลาญไขมัน
    หากต้องการอยากให้แขนเล็กลงก็ต้องพยายามออกแรงในส่วนนั้นเพิ่มมากขึ้น เพื่อจะทำให้ไขมันค่อยๆสลายหายไป และแปรเปลี่ยนมาเป็นกล้ามเนื้อที่แข็งแรงมากขึ้นแทน อย่างไรก็ตาม สาวๆไม่ต้องกลัวไปนะค่ะว่าหากเราออกกำลังกายไปมากๆแล้ว จะทำให้กล้ามปูดขึ้นมาหรือป่าว เพราะหากเราไม่ได้มีการรับประทานโปรตีนอาหารเสริมอย่างที่นักเล่นกล้ามเขาทำกัน โอกาสจะเกิดเป็นกล้ามใหญ่ๆก็คงไม่มีแน่นอน ซึ่งท่าทางการบริหารต้นแขนก็มีให้เลือกมากมาย อยู่ที่ว่าคุณต้องการบริหารต้นแขนในส่วนไหนเป็นพิเศษ เพราะแต่ละท่าทางก็จะเป็นการบริหารที่แตกต่างกันออกไป ทั้งต้นแขนด้านบน หรือต้นแขนด้านล่าง โดยอุปกรณ์ที่ขาดไม่ได้สำหรับการบริหารต้นแขน ก็คือ ดัมเบล ซึ่งควรมีน้ำหนักที่พอดี ไม่มากหรือน้อยจนเกินไป แต่ถ้าหาดัลเบลไม่ได้ก็อาจใช้เป็นขวดบรรจุน้ำแก้ขัดไปก่อนได้

    วิธีที่ 2 ปรับเปลี่ยนการรับประทานอาหาร
    เป็นสิ่งที่คุณควรจะทำให้ได้อยู่เสมอไม่ว่าคุณคิดจะลดไขมันในส่วนไหนก็ตาม เพราะการรับประทานอาหารที่มีคาร์โบไฮเดรตหรือไขมันสูง ย่อมเกิดการสะสมและพอกพูนตามอวัยวะต่างๆทั่วร่างกาย รวมไปถึงท้องแขนด้วย ซึ่งหากเราสามารถที่จะดูแลเรื่องอาหารการกินได้ดี โอกาสที่จะมีแขนเรียวเล็กสมใจ ก็คงไม่นานเกินรออย่างแน่นอน

    วิธีที่ 3 สวมปลอกกระชับต้นแขน 
    เป็นอีกหนึ่งวิธีที่จะช่วยให้คุณดูมีต้นแขนที่เล็กลงได้ แม้อาจจะไม่ใช่วิธีที่ช่วยให้แขนเล็กลงได้อย่างถาวรก็ตาม แต่ก็เป็นหนึ่งในการสร้างแรงบันดาลใจให้คุณรีบลดต้นแขนให้ได้ไวๆ จะได้ไม่ต้องทนใส่ปลอกรัดแขนเช่นนี้ให้อึดอัดอีกต่อไป
ซึ่งปลอกกระชับต้นแขนก็มีให้เลือกหลายเกรดหลายราคา ทั้งแบบที่เนื้อผ้าทอด้วยเส้นใยพิเศษ หรือแบบพลาสติกธรรมดาทั่วไป สะดวกแบบไหนก็หามาลองใช้เล่นๆก่อนได้ตามใจชอบเลยค่ะ

    วิธีที่ 4 นวดด้วยครีมลดต้นแขน
สาวกครีมบำรุงผิวน่าจะรู้จักกับครีมกระชับสัดส่วนเป็นอย่างดี ครีมชนิดนี้มีความสามารถในการกระชับสัดส่วนได้บ้าง ซึ่งหลักการของครีมชนิดนี้ ก็คือ การเป็นสารที่สกัดมาจากสมุนไพรบ้างชนิด ที่มีสรรพคุณในการเกิดความร้อนในอุณหภูมิที่ร่างกายยังสามารถทานทนได้ ความร้อนที่เกิดขึ้นระหว่างการทาครีมเหล่านี้จะไปช่วยสลายไขมันตามท้องแขนที่เราไม่ต้องการ แต่ก็ต้องมีการใช้เป็นประจำอย่างต่อเนื่องจึงจะสามารถเห็นผลได้อย่างชัดเจน 

    วิธีที่ 5 ฉีดยาสลายไขมัน
    เชื่อว่าคงมีคนใจร้อนหลายคนที่ไม่อาจจะรอให้ไขมันหายไปเองตามธรรมชาติได้ จึงจำเป็นต้องพึ่งพาวิธีทางการแพทย์โดยการฉีดสารบางอย่างเข้าไปในร่างกาย สารที่ว่านี้จะเป็นกลุ่มยาหลายๆ ตัวผสมกัน เช่น Phosphatidylcholine,
L-carnitine, Deoxycholate, Dexpanthenol (B5), Amino acids, Minerals เป็นต้น ซึ่งสารเหล่านี้จะเข้าไปทำให้ผนังไขมันแตกตัว ไขมันจึงเปลี่ยนไขมันเหลว แล้วรอให้ร่างกายดูดซึมกลับไปเอง ต้นแขนของคุณจึงลดขนาดลงได้

    วิธีที่ 6 ขจัดไขมันด้วยวิธีทางการแพทย์
    สำหรับคนที่ใจร้อนมากกว่านั้น การแพทย์ก็มีการตอบสนองความต้องการในอีกหลายรูปแบบ เพื่อที่จะช่วยให้คุณมีแขนเรียวเล็กได้เร็วทันใจแบบไม่ต้องมัวควบคุมอาหารหรือออกกำลังกาย วิธีเหล่านี้เช่น การใช้คลื่นวิทยุ การฉีดคาร์บ็อกซี่ (Carboxy Therapy) การดูดไขมัน (Liposuction) การเวเซอร์ (Vaser liposelection) เป็นต้น ซึ่งหากใครที่คิดอยากจะลองใช้วิธีการเหล่านี้ในการลดต้นแขน ก็แนะนำให้ศึกษาข้อมูลให้ดีเสียก่อน เพราะการใช้สารเคมีบางอย่าง อาจทำให้เกิดปฏิกิริยาที่ไม่ถูกกับร่างกายของบุคคลบางกลุ่มได้

เฮลตี้ดีๆไปกับการดูแลนิ้วมือให้สวยวิ๊งอ่อนวัย



                     การดูแล ทนุถนอม มือ นิ้วมือ และเล็บให้สวย

106_20130828173211.
สิ่งที่ควรปฏิบัติ กับ มือ มีดังนี้ 

  น้ำมะนาว และ เปลือกมะนาว ช่วยให้นิ้วมือสะอาดและขาวขึ้น ควรบีบน้ำมะนาว หรือใช้เปลือกมะนาว ทาบนมือที่แห้ง แล้วค่อย ๆ ทาครีมบำรุงทับ
  การใช้มาสค์ลอกมือ แบบเดียวกับที่ใช้ลอกหน้า จะให้ผลดีต่อผิวเช่นกัน ในขณะนี้มีสถานเสริมความงามมากมาย ที่มีการ มาสค์มือด้วยขี้ผึ้ง ช่วยให้มือนุ่ม และขาว ผิวพรรณที่มือดีขึ้น

  น้ำมันมะกอก ช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์ ควรหาเวลา แช่มือในน้ำมันมะกอกอุ่นๆ สักอาทิตย์ละครั้ง ครั้งละ 30 นาที วิธีนี้เหมาะสำหรับผู้ที่มีผิวค่อนข้างแห้ง 

  รดมือ ด้วยน้ำส้มสายชูกลั่นผสมน้ำเจือจาง หลังจากล้างมือ จะช่วยไม่ให้มือแห้ง แตก หรือเกิดการติดเชื้อขึ้นได้ 

  รอยตกกระบนหลังมือสามารถป้องกันได้ด้วยครีมกันแดด 

  ถ้ามือแห้ง และแตกมากๆ เพราะทำงานมากเกินไป หรืออะไรก็ตามที ควรล้างความสกปรกที่ติดอยู่ตามรอยแตกนั้นด้วยมะนาว แล้วนวดด้วยน้ำมันมะกอกทิ้งไว้สักพัก ค่อยล้างออกด้วยน้ำสบู่ หลังจากล้างน้ำสะอาดแล้ว นวดด้วยแฮนด์ครีม ทำอย่างนี้ทุกวัน ไม่ช้าริ้วรอยแห้งแตกก็จะหายไป 

  ข้อนิ้วบวมอาจเกิดจากไขข้ออักเสบ หรือความผิดปกติอื่นๆก็ได้ วิธีที่ดีที่สุดก็คือ รีบไปปรึกษาแพทย์ 

  ถ้านิ้วมือเป็นรอยเปื้อนจากคราบบุหรี่ น้ำมะนาว จะช่วยขจัดได้ดีที่สุด 

  รู้จักรักษามือให้สวยแล้วบริหารให้แข็งแรงบ้างดีมั้ย วิธีบริหารมีอยู่ว่า… กำมือแน่นๆสัก 2-3 นาที แล้วเหยียดออก ยืดนิ้วออกจากกันให้มากที่สุด ทำ 2 มือพร้อมกัน ซ้ำ 6 ครั้ง 
คว่ำฝ่ามือไว้ข้างหน้า ให้นิ้วเหยียดตรง นิ้วทุกนิ้วชิดกันให้แน่นที่สุดเท่าที่จะทำได้ แล้วแยกนิ้วออกไปกว้างๆทำซ้ำ 6 ครั้ง (ทำ 2 มือ พร้อมกัน) 

  ปล่อยมือตามสบายและอย่างผ่อนคลาย แล้วหมุนข้อมือเป็นวงกลม ตามเข็มนาฬิกา แล้วค่อยย้อนกลับทวนเข็มนาฬิกา ทำทีละข้างจะง่ายกว่า โดยหมุนตามเข็ม 10 ครั้ง แล้วทวนเข็มอีก 10 ครั้ง 

  คว่ำฝ่ามือตามสบาย แล้วค่อยๆยกมือขึ้นอย่างช้าๆ แล้วคว่ำฝ่ามือลงไปใหม่ ต้องทำโดยไม่เกร็งมือ ทำ 10 ครั้ง 

การดูแลมือ และวิธีบริหาร มือ ที่กล่าวมาแล้ว นอกจาก ทำให้มือสวยแล้ว เล็บก็ต้องดูดีด้วยเช่นกัน จะแต่งแต้มสีเล็บ ทั้งสีสดใส หรือสีอ่อนๆ ก็ตาม ที่สำคัญ ต้องรักษาความสะอาด ดูแลให้สั้นได้รูป โค้งมน ดูสวยงาม สะอาด สะอ้านตลอดเวลา


วันพฤหัสบดีที่ 10 ธันวาคม พ.ศ. 2558

รักผม ต้องดูแลผมดีๆนะ


  
   การยืดผม คือการใช้สารเคมีมาช่วยเปลี่ยนโครงสร้างโปรตีนในเส้นผมให้จัดเรียงตัวใหม่ จากที่เคยมีโครงสร้างแบบหยิกงอให้เหยียดตรงได้ และที่สำคัญสารเคมีตัวนี้ยังสามารถล็อกให้ผมของสาว ๆ อยู่ทรงได้นานถึง 6-8 เดือน อีกด้วย
    แน่นอนว่าเส้นผมที่ถูกสารเคมีเข้าไปกระตุ้นแบบนี้จะสูญเสียความสมดุลของโครงสร้างภายใน ทำให้ผมแห้งเสีย เบา ไม่ทิ้งตัวแบบเป็นธรรมชาติ ดังนั้นการดูแลผมหลังการยืดจึงเป็นสิ่งสำคัญมากที่จะช่วยให้คุณมีผมที่ตรงสวย มีน้ำหนัก แลดูสุขภาพดี ไม่แห้งเสียพันกัน ตามมาดูกันเลยจ้าว่าเราจะดูแลผมยืดกันยังไงบ้าง

       ไม่ควรสระผมภายในระยะเวลา 3 วัน หลังการยืด

          ในขั้นตอนการยืดผมนั้นจะมีการใช้สารเคมีล็อกผมเพื่อให้โครงสร้างของผมจัดเรียงเป็นเส้นตรง ดังนั้น ในระยะ 3 วันแรกหลังการยืด จึงจำเป็นต้องรอให้สารเคมีนั้นเซตตัวภายในเส้นผมได้อย่างเต็มที่เสียก่อน เมื่อเลยเวลาที่กำหนดแล้วจึงจะสามารถสระผมได้ตามปกติค่ะ

       ใช้น้ำผึ้งหมักผม

          เนื่องจากน้ำในน้ำผึ้งมีความหวานซึ่งมีส่วนช่วยให้เส้นผมได้รับความชุ่มชื่นเหมือนได้รับการทรีทเม้นท์ ช่วยบำรุงเส้นผมให้มีน้ำหนัก ไม่แห้งฟูพันกัน เพียงแค่สาว ๆ ชโลมน้ำผึ้งบนเส้นผมให้ทั่ว ทิ้งไว้ประมาณ 15 นาที แล้วล้างออกให้สะอาด จากนั้นก็สระผมได้ตามปกติจ้า
เคล็ดลับดูแลผมยืด

       หากผมหักจากการรัดนาน ๆ ให้หมักด้วยทรีทเม้นท์สูตรเข้มข้น

          หากสาว ๆ คนไหนเผลอเอาหนังยางหรือกิ๊บมาติดผมแน่น และนานจนผมเป็นรอยหัก สามารถแก้ไขด้วยการชโลมทรีทเม้นท์สูตรเข้มข้นตรงบริเวณผมที่หัก แล้วนวดนานประมาณ 10 นาที จากนั้นให้หมักผมทิ้งไว้อีกประมาณ 1 ชั่วโมง ผมที่หักงอก็จะกลับมายืดตรงสวยได้เหมือนเดิมจ้า

       ควรเป่ายกโคนผมให้ดูไม่ลีบแบน

          แน่นอนว่าผมที่พึ่งยืดมาจะตรงทื่อ ทิ้งตัวแบบไม่เป็นธรรมชาติ จนดูลีบแบนติดหนังหัวมากจนเกินไป ดังนั้นเวลาสระผมเสร็จให้เป่าผมจนหมาดแล้ว จากนั้นให้จับเส้นผมยกขึ้นแล้วจ่อไดร์ที่โคนเส้นผม เป่าต่อไปจนผมแห้ง เมื่อปล่อยผมลงจะแลดูพองสวยกว่า

       อย่าใช้น้ำมันทุกชนิดหมักผมที่ผ่านการยืด

          เนื่องจากน้ำมันหมักผมทุกชนิดมีคุณสมบัติทำให้เส้นผมกลับคืนสู่สภาพเดิม ดังนั้นหากใช้น้ำมันหมักผมที่ผ่านการยืด จะทำให้สารเคมีที่ใช้ยืดผมเสื่อมสภาพเร็วกว่าเดิม ส่งผลให้ผมกลับมาหยิกงอได้เร็วกว่าปกติได้นะคะ

          อย่างไรก็ตาม ผมที่ผ่านการใช้สารเคมีเข้ามากระตุ้นนั้น ได้สูญเสียความสมดุล และจะไม่มีทางสวยเด้งได้เลยหากขาดการดูแลรักษาเป็นอย่างดี ที่สำคัญจะต้องทำอย่างสม่ำเสมอเพื่อสุขภาพผมที่ดี และนุ่มสลวยได้แบบที่คุณต้องการค่ะ

ขอขอบคุณข้อมูลดีๆจาก กระปุก

วันอาทิตย์ที่ 6 ธันวาคม พ.ศ. 2558

เฮลตี้ไปกับ “อัลฟาฟ่า” บิดาของอาหารทั้งปวง


afa

   อัลฟาฟ่า Alfalfa ได้ชื่อว่า เป็นบิดาของอาหารทั้งปวง เพราะมีสารอาหารที่เป็นประโยชน์มากมาย ในอดีตได้มีการนำอัลฟาฟ่ามาเป็นยารักษาโรคในพื้นที่บางแห่ง มาดูกันว่ามีโรคไหนที่หญ้ามหัศจรรย์นี้สามารถช่วยเสริมในการรักษาได้บ้าง

🌾1.อัลฟัลฟ่า กับโรคมะเร็ง
โรคมะเร็ง โรคร้ายอันดับหนึ่งที่ใครได้เผชิญแล้ว เรียกได้ว่า เป็นฝันร้ายในชีวิตของเราเลยทีเดียว ได้มีการศึกษา และพบว่าในหน่อของอัลฟัลฟา , ถั่วเหลือง และต้น clover พบว่าเป็นแหล่งอาหารทางธรรมชาติที่สำคัญของสาร phytoestrogens ที่มีบทบาทที่สำคัญในการป้องกันโรค มะเร็งได้ โดยสารที่จัดว่าเป็นสารประเภท phytoestrogens จะรวมถึง isoflavones, coumestans, และ lignans ด้วย ถึงแม้ว่าในปัจจุบันจะยังไม่มีข้อแนะนำสำหรับปริมาณที่ควรรับประทานสาร phytoestrogens อย่างชัดเจน แต่การเพิ่มการบริโภคอาหารประเภทดังกล่าวจะก่อประโยชน์ และป้องกันการเกิดโรคมะเร็งในร่างกายเราได้เป็นอย่างดี
🌾2.อัลฟัลฟ่ากับภาวะคลอเลสเตอรอลสูง
เป็นโรคยอดฮิต ของคนในยุคนี้เลยก็ว่าได้ และจากการศึกษาในห้องทดลองพบว่า สาร saponin และส่วนประกอบอื่นใน อัลฟัลฟ่ามีความสามารถในการยึดติดในคลอเลสเตอรอล กับเกลือน้ำดีซึ่งจะเป็นผลช่วยป้องกันหรือชะลอการดูดซึม คลอเลสเตอรอลจากอาหาร ดังนั้นจึงช่วยให้ระดับคลอเลสเตอรอลในเลือดต่ำ ป้องกันการเกิดภาวะการสะสมไขมันในหลอดเลือดได้ ใครที่มีภาวะคลอเลสเตอรอลสูง อัลฟัลฟา เป็นอีกตัวเลือกที่ดีเลยทีเดียว
🌾3.อัลฟัลฟ่ากับการใช้เพื่อสุขภาพสตรีวัยใกล้หมดประจำเดือน
มีคำแนะนำสำหรับสตรีวัยใกล้หมดประจำเดือนว่า ควรรับประทานอัลฟัลฟาเป็นประจำ เพราะในสตรีวัยใกล้หมดประจำเดือน เอสโตรเจนจะลดต่ำลงส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของสภาพร่างกาย และภาวะกระดูกเสื่อม ซึ่งในอัลฟาฟ่านั้นมีสารชนิดหนึ่งชื่อ isoflavone ได้ถูกจัดเป็นเอสโตรเจนธรรมชาติ (phytooestrogen) ไฟโต-เอสโตรเจนใน อัลฟัลฟาจะเข้าไปชดเชยเอสโตรเจนที่ต่ำลงนี้ รวมทั้ง วิตามินดี แร่ธาตุ แคลเซียมและฟอสฟอรัส ในอัลฟัลฟา ซึ่งเป็นแร่ธาตุที่ทำให้กระดูก-ฟันแข็งแรง จึงลดความเสี่ยงที่จะเกิดภาวะกระดูกเสื่อม นอกจากนี้วิตามินและแร่ธาตุใน อัลฟัลฟาจะช่วยให้ร่างกายปรับสภาพได้อย่างเหมาะสม ลดอาการผิดปรกติต่างๆที่เกิดขึ้นในช่วงนี้สตรีวัยใกล้หมดประจำเดือน เช่น อาการร้อนวูบวาบตามตัว หรืออาการหงุดหงิดง่ายลง
🌾4.อัลฟัลฟ่ากับโรคกระเพาะอาหาร
กระเพาะอาหารของเราก็สำคัญนะคะ มีแพทย์จำนวนมากที่ใช้ อัลฟัลฟ่ารักษาโรคที่เกี่ยวกับกระเพาะอาหาร เช่น มีแก๊สมากในกระเพาะอาหารเกิดอาการจุกเสียดเป็นประจำ โรคแผลในกระเพาะอาหาร และโรคเบื่ออาหาร โดยพบว่าอัลฟัลฟ่ามีวิตามินยู ซึ่ง ดร. กาเนนท์ อาจารย์ประจำมหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ด กล่าวว่า วิตามินยูมีศักยภาพสูงในการรักษาโรคกระเพาะ ทำให้การสมานแผลในกระเพาะดีขึ้น และทำให้การหลั่งของน้ำย่อยเป็นปกติอีกด้วย
🌾5.อัลฟัลฟ่ายังมีเอ็นไซม์ Bataine ซึ่งเป็นเอ็นไซม์สำหรับย่อยและเอ็นไซม์อื่น ๆ อีก 7 ชนิดที่ส่งเสริมปฏิกิริยาเคมีที่สามารถทำให้การดูดซึมสารอาหารภายในร่างกายเป็นไปอย่างดี รวมทั้งการมีเบต้าแคโรทีนในปริมาณสูงของอัลฟัลฟ่าจะทำให้ผิวที่เคลือบกระเพาะอาหารมีความแข็งแรง ซึ่งพบว่าอัลฟัลฟ่าสามารถช่วยโรคกระเพาะอาหาร โรคปวดท้องเพราะมีแก๊สมาก และรักษาแผลในกระเพาะลำไส้ ได้เป็นอย่างดี โดยที่การรักษาโรคด้วยหญ้า อัลฟัลฟ่านี้อาจจะเป็นในลักษณะเดียวกันกับวิธีทางธรรมชาติของแมวหรือสุนัข ที่มักจะกินหญ้าเพื่อบรรเทาโรคกระเพาะของมันได้
🌾6.ปวดข้อ ข้อแข็ง รูมาตอยด์ แก้ไขได้ด้วยอัลฟัลฟา
โรคสารพัดปวด ก็เป็นอีกโรคที่ใครได้เป็นแล้วก็ต้องทนทรมานและเจ็บปวดไม่น้อย พบว่า สารอาหารในอัลฟัลฟาจะช่วยปรับสมดุลกรดด่างในร่างกาย ป้องกันการสะสมของกรดยูริคและกรดอื่น ๆ ตามข้อต่อต่าง ๆ ความมหัศจรรย์ของ อัลฟัลฟาเห็นได้อย่างชัดเจนมากขึ้น เมื่อให้คนไข้รูมาตอยด์ ใช้อัลฟัลฟา ในการรักษาความปวดตามข้อ ก็ได้รับรายงานจากคนไข้ว่า สามารถงอมือได้สะดวกยิ่งขึ้นและความเจ็บปวดก็หายไป
🌾7.อัลฟัลฟาช่วยทำความสะอาดผิวจากภายในหรือดีท๊อกซ์ผิว
ครอโรฟิลล์ปริมาณสูง วิตามิน และแร่ธาตุที่มีอยู่ในอัลฟัลฟา ทำหน้าที่ขจัดของเสีย สารพิษออกจากเลือดและอวัยวะภายใน ลดการตกค้างของเสียตามผิวหนัง ทำให้เลือดสะอาดและไหลเวียนได้ดีขึ้นเหมาะอย่างยิ่งสำหรับผู้ชอบรับประทานเนื้อสัตว์ เมื่อเลือดไหลเวียนดีขึ้นทำให้ผิวพรรณผ่องใสมีสุขภาพที่ดีตามมา นอกจากนี้ในอัลฟัลฟายังมีสารไฟโต-เอสโตรเจน ช่วยปรับสมดุลฮอร์โมนในร่างกาย ซึ่งพบว่าในคนที่มีสิวง่าย เมื่อรับประทานอัลฟัลฟาปริมาณการเกิดสิวจะลดลงและผิวจะดูสะอาดขึ้น
นอกจากนี้อัลฟัลฟายังดีสำหรับมารดาที่กำลังให้นมบุตร ช่วยเพิ่มการหลั่งของน้ำนม อัลฟัลฟายังมีคุณสมบัติในการช่วยขับถ่าย ปัสสาวะให้เป็นปกติได้อีกด้วย

ขอขอบคุณข้อมูลจาก อัลฟาฟ่า เจ้าของฉายา “หญ้ามหัศจรรย์”

วันพฤหัสบดีที่ 3 ธันวาคม พ.ศ. 2558

เฮลตี้ง่ายๆไปกับเคล็ดลับความเพรียวสวยได้เลยคะ






          "เป็นความจริงที่ว่า เมื่อน้ำหนักตัวลดลงจนถึงระดับที่พอใจแล้ว คุณอาจถูกยั่วยวนได้ง่ายจากอาหารต่าง ๆ ที่เคยงดในช่วงไดเอต และอาจหันกลับไปสู่พฤติกรรมการกินแบบเดิมได้" Naomi Fukagawa แพทย์ชาวญี่ปุ่น และเป็นโฆษกหญิงประจำ American Society for Nutrition ได้กล่าวไว้ พร้อมแนะนำเคล็ดลับการรักษาน้ำหนักตัว (หลังไดเอต) ให้คงอยู่ยาวนาน แค่ปรับเปลี่ยนการใช้ชีวิตเพียงเล็กน้อย แต่กลับได้ผลลัพธ์ที่คุ้มค่า
5 เคล็ดลับรักษาหุ่นเพรียว

1. ชั่งน้ำหนักอยู่เป็นประจำ 

          "การขึ้นตาชั่งอย่างน้อยวันละครั้งถือเป็นการบังคับให้คุณรักษาวินัยการกินเพื่อสุขภาพได้ทางอ้อม และช่วยให้ระวังการกินก่อนที่น้ำหนักจะเพิ่มขึ้น" Dr. Meghan Butryn ผู้ช่วยศาสตราจารย์ทางด้านจิตวิทยาของมหาวิทยาลัย Drexel สหรัฐอเมริกา เผยว่าเธอและทีมวิจัยได้ศึกษาถึงพฤติกรรมการกินของคนที่สามารถลดน้ำหนักได้ถึง 30 ปอนด์หรือมากกว่านั้น และยังคงน้ำหนัก (ที่ลดได้) อยู่นานหลายปี ผลการวิจัยพบว่าคนกลุ่มนี้จะชั่งน้ำหนักอย่างเคร่งครัด โดยอาจมีน้ำหนักเพิ่มขึ้นเพียงเล็กน้อยประมาณ 4 ปอนด์ต่อปี ส่วนผู้ที่ไม่ได้ชั่งน้ำหนักอย่างสม่ำเสมอมีโอกาสที่น้ำหนักจะกลับมาเพิ่มขึ้นเป็นสองเท่า
5 เคล็ดลับรักษาหุ่นเพรียว

2. เพิ่มโปรตีนให้มากขึ้น 

          ผลการศึกษาที่ตีพิมพ์ในวารสาร American Journal of Clinlcal Nutrition ระบุว่าผู้หญิงที่บริโภคโปรตีนสูง (110 กรัมต่อวันหรือ 26 เปอร์เซ็นต์ของจำนวนแคลอรี) ในช่วงควบคุมน้ำหนัก จะรักษาน้ำหนักที่เสียไปราว 14 ปอนด์ได้เป็นเวลาหลายปี ส่วนผู้ที่ไม่เคร่งครัดกับการกินเพื่อสุขภาพ และบริโภคโปรตีนต่ำกว่า 72 กรัมต่อวัน หรือน้อยกว่า 19 เปอร์เซ็นต์ของปริมาณโปรตีนที่ได้รับ จะรักษาน้ำหนักตัวที่หายไปได้เพียง 7 ½ ปอนด์ 

          คุณหมอ Peter Clifton ผู้เขียนผลการวิจัยชิ้นนี้บอกว่า "ยิ่งคุณบริโภคโปรตีนมากขึ้นจะช่วยกระตุ้นให้ร่างกายหลั่งฮอร์โมนเลปติน (Leptin) ที่ทำให้รู้สึกอิ่มและไม่อยากอาหาร" ทั้งยังแนะนำให้ผู้ที่ควบคุมน้ำหนักหันมากินโยเกิร์ตสไตล์กรีกซึ่งให้โปรตีนสูง รวมทั้งมินิชีส และโรลไก่งวง แทนพวกคาร์โบไฮเดรตหรืออาหารที่อุดมด้วยไขมัน
5 เคล็ดลับรักษาหุ่นเพรียว

3. เน้นผักและผลไม้ 5 ชนิด 
          หันมากินผักและผลเป็นหลัก อย่างน้อยแต่ละมื้อควรมีผักใบเขียวอยู่ด้วย (คละผักสีส้ม, แดง และฟ้า) การบริโภคผักและผลไม้จะช่วยปกป้องเชื้อโรคได้หลายชนิด แถมยังช่วยรักษาน้ำหนักตัวให้คงที่ได้ดีอีกด้วย ผลการศึกษาจากศูนย์ควบคุมและป้องกันเชื้อโรค (Centers for Disease Control and Prevention หรือ CDC) พบว่า ผู้หญิงที่บริโภคผักและผลไม้อยู่เสมอ (อย่างน้อยคือ 5 ชนิดต่อวันไม่รวมมันฝรั่ง) มีแนวโน้มที่จะป้องกันน้ำหนักหวนกลับมาได้สูงถึง 60 เปอร์เซ็นต์ เพราะในผักและผลไม้อุดมไปด้วยเส้นใยอาหารและน้ำเป็นส่วนประกอบหลัก จึงทำให้คุณอิ่มท้องและไม่มีพื้นที่ว่างในท้องมากพอสำหรับสิ่งอื่น
5 เคล็ดลับรักษาหุ่นเพรียว

4. เสพติดการออกกำลังกาย 

          ผลการศึกษาจาก CDC แนะนำให้ฝึกนิสัยกินผักและผลไม้ควบคู่ไปกับการออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมออย่างน้อยให้ทำกิจกรรมที่ได้เหงื่อประมาณ 30 นาที และในหนึ่งสัปดาห์พยายามหาวันออกกำลังกายให้ได้มากที่สุด ยิ่งหากทำได้มากกว่า 2 วันต่อสัปดาห์ จะมีแนวโน้มรักษาน้ำหนักตัวได้คงที่มากกว่าผู้ที่ออกกำลังกายน้อย 

          "การออกกำลังกายเป็นประจำจะช่วยรักษามวลกล้ามเนื้อเอาไว้ ทำให้ร่างกายเผาผลาญได้ดีขึ้น" Dr. Scoft Going ศาสตราจารย์ด้านวิทยาศาสตร์โภชนาการ มหาวิทยาลัย Arizona แนะนำ นอกจกนี้การออกกำลังกายอยู่เสมอยังทำให้คุณมีพื้นที่ว่างสำหรับการบริโภคแคลอรีเพิ่มในโอกาสพิเศษ แต่กลับไม่ทำให้น้ำหนักเพิ่มขึ้นแต่อย่างใด
5 เคล็ดลับรักษาหุ่นเพรียว

5. กินนอกบ้านให้น้อยลง 
          ด้วยสัดส่วนของอาหารนอกบ้านที่มักเสิร์ฟจานใหญ่และบางจานมีพลังงานเกินกว่า 1,000 แคลอรี Judy Kruger แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้นระบาดวิทยาแห่ง CDC จึงแนะนำให้สาว ๆ หันมาทำอาหารกินเอง ซึ่งเป็นวิธีรักษาน้ำหนักได้ดีที่สุด เพราะคุณจะมั่นใจได้ว่าอาหารจานนั้นมีไขมันและแคลอรีต่ำจริง โดยเธอเปรียบเทียบระหว่างคนกินฟาสต์ฟู้ดอย่างน้อย 2 ครั้งต่อสัปดาห์กับคนที่ไม่กินเลย พบว่าคนที่ไม่กินฟาสต์ฟู้ดมีความเป็นไปได้สูงที่จะรักษาน้ำหนักเดิมไว้ได้ถึง 62 เปอร์เซ็นต์ 

          แต่หากมื้อไหนที่ออกไปกินนอกบ้าน Kruger บอกให้ลองแบ่งสัดส่วนอาหารคนละครึ่งกับเพื่อน หรือสั่งเมนูเรียกน้ำย่อยเป็นจานหลัก สำหรับคนที่ใช้กลยุทธ์ดังกล่าวกว่า 28 เปอร์เซ็นต์ มีแนวโน้มที่จะรักษารูปร่างและน้ำหนักได้ดีกว่าคนที่ปล่อยตัว

          แค่ทำตามหลักการง่าย ๆ นี้ได้ครบทั้ง 5 ข้อ รับรองว่าคุณจะไม่มีวันอ้วนเลยค่ะ ลองเอาไปปรับทำดูวันละนิดวันละหน่อยจนครบทั้ง 5 ข้อนะ

ขอขอบคุณข้อมูลจาก Lisa     

วันพุธที่ 2 ธันวาคม พ.ศ. 2558

เฮลตี้ไปกับผลไม้ลดน้ำหนักอย่าง "แก้วมังกร"


“แก้วมังกร” ผลไม้ชื่อแปลกชนิดนี้มีหลายสายพันธุ์และรสชาติแตกต่างกันไป ไม่ว่าจะเป็นรสหวานอมเปรี้ยว หรือหวานอ่อนๆ มีวิธีรับประทานที่ง่ายเพียงแค่นำผลมาผ่าครึ่งก็สามารถใช้ช้อนตักเนื้อรับประทานได้เลย

Dragon-fruit-2

   เนื้อสัมผัสนุ่มมีเมล็ดเล็กๆ สีดำกระจายทั่ว ทานอร่อยได้สำหรับคนทุกเพศทุกวัย แถมในหมู่สาวๆ รักสุขภาพยังมีประโยชน์มากมายทั้งด้านความงามและการลดน้ำหนักอีกด้วย

   แก้วมังกรเป็นผลไม้ที่ให้พลังงานต่ำ แต่มีคุณค่าทางอาหารสูง รสชาติอร่อย ทำให้เหมาะสำหรับเหล่าหญิงสาวที่กำลังลดน้ำหนักเป็นอย่างมาก มีเส้นใยสูงจึงช่วยให้อิ่มท้องได้เป็นเวลานาน เปี่ยมไปด้วยสารอาหาร วิตามินและเกลือแร่ที่มีประโยชน์ต่อร่างกายและผิวพรรณ นับเป็นผลไม้เพื่อนหญิงสาวอย่างแท้จริง และในวันนี้เราจะมาทำความรู้จักกับประโยชน์ของแก้วมังกรให้มากขึ้นกันค่ะ
🌸1. ช่วยบำรุงผิว มีส่วนช่วยบำรุงผิวทำให้ผิวสวยเรียบเนียน กระจ่างใสขึ้นและยังลดการเกิดสิวด้วย
🌸2. ดับกระหายได้ดี ด้วยรสชาติหวานอ่อนๆ ของแก้วมังกร จึงช่วยดับกระหายได้อย่างดีเยี่ยมเลยล่ะ
🌸3. เพิ่มภูมิคุ้มกันให้กับร่างกาย มีสรรพคุณเสริมสร้างภูมิคุ้มกันร่างกายให้แข็งแรง และยังช่วยต่าต้านโรคภัยต่างๆ ได้ดีทีเดียว
🌸4. ตัวช่วยลดน้ำหนักได้ผล แก้วมังกร เป็นผลไม้ที่มีไฟเบอร์สูงจึงทำให้ช่วยลดน้ำหนักและเป็นตัวช่วยควบคุมน้ำหนักได้ดี
🌸5. สารต่อต้านอนุมูลอิสระสูง มีสารต้านอนุมูลอิสระอยู่เป็นจำนวนมาก จึงช่วยป้องกันโรคและปกป้องผิวได้ดีทีเดียว
🌸6. ป้องกันโรคร้าย มีส่วนช่วยป้องกันโรคหัวใจและป้องกันการอุดตันของหลอดเลือด นอกจากนี้ยังช่วยลดระดับน้ำตาลในเลือดได้อีกด้วย
🌸7. ช่วยดูดซับสารพิษในร่างกาย สามารถช่วยดูดซับสารพิษในร่างกายได้ จึงทำให้ผิวพรรณของเราดูสดใสขึ้นและยังสุขภาพดีอีกด้วย
🌸8. ทำให้ระบบขับถ่ายดีขึ้น เนื่องจากมีกากใยสูงจึงสามารถช่วยในการขับถ่ายให้มีประสิทธิภาพขึ้น แถมยังช่วยในการปรับสมดุลของแบคทีเรียในลำไส้อีกด้วย
🌸9. บำรุงกระดูกและฟัน มีสรรพคุณในการบำรุงกระดูกและฟันให้แข็งแรง ซึ่งเหมาะกับสาววัยทองที่สุด
🌸10. ลดความเสี่ยงในการเกิดโรคมะเร็ง คนที่ทานแก้วมังกรบ่อยๆ จะมีโอกาสเสี่ยงเป็นโรคมะเร็งต่ำกว่าคนที่ไม่กินแก้วมังกร.

ขอขอบคุณข้อมูลจาก women.sanook.com