วันศุกร์ที่ 13 พฤศจิกายน พ.ศ. 2558

ปัญหาใหญ่ของสาวๆ"ก้นลาย"


ก้นลาย

แม้ว่าก้นจะเป็นส่วนที่ไม่มีใครจะได้มองเห็นง่าย ๆ เมื่อก้นหรือบั้นท้ายมีปัญหาดำคล้ำหรือเกิดรอยแตกราย จึงคิดว่าไม่น่าจะมีปัญหา แต่ความจริงแล้วไม่ใช่เลย… เพราะมีสาวจำนวนไม่น้อยที่ต้องมานั่งกลุ้มอกกลุ้มใจเมื่อก้นของเธอเต็มไปด้วยรอยดำคล้ำแตกราย แล้วใครจะไปยอม? ไม่ว่าใครก็อยากสวยตั้งแต่เส้นผมจรดปลายเท้ากันทั้งนั้น จริงไหม๊? แค่คิดว่าจะใส่บิกินี่แล้วรอยแตกลายเกิดแล่บออกมา ก็อาจทำให้หนุ่มริมสระแอบขำขันกันก็ได้ นี่ยังไม่รวมถึงความกังวลที่สาว ๆ บางรายไม่กล้าเปิดไฟกุ๊กกิ๊กกับแฟน เพราะกลัวจะถูกแซวว่าเป็น “แม่สาวตูดลาย” ว่าแล้วเราก็มาเจาะลึกถึงสาเหตุและวิธีแก้ไข้อย่างถูกต้อง เพื่อให้บั้นท้ายของเรากลับมาไฉไลเหมือนเดิมกันดีกว่า…

ลักษณะของก้นลาย

แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านผิวหนังระบุว่า “ก้นลาย” มีอยู่ด้วยกัน 3 ลักษณะ คือ ก้นลายจากรอยสิว, ก้นลายจากผื่นแพ้, และก้นลายจากรอยแตก โดยลักษณะของรอยแต่ละแบบจะมีความต่างกันเล็กน้อย แต่บางคนก็แยกไม่ออก หรือบางคนก็มีหลายอย่างปนกัน คือ มีทั้งรอยดำจากสิวและมีทั้งรอยแตกลายจากการโตเร็วปนกันไปหมด ทำให้ก้นไม่สวย
  • ก้นลายจากรอยสิว แบบนี้พบได้บ่อยที่สุด เมื่อสิวหายก็จะทำให้เกิดรอยดำ ดูกระดำกระด่าง
  • ก้นลายจากรอยดำที่เคยเป็นผื่นแพ้ เช่น เป็นผื่นผิวหนังอักเสบบริเวณก้นแล้วเกิดเป็นรอยดำตามมา
  • ก้นลายจากการเป็นรอยแตกลาย ซึ่งมีทั้งรอยแตกลายที่เกิดจากร่างกายเจริญเติบโตเร็ว หรือคนอ้วน หญิงตั้งครรภ์ อันนี้ก็เกิดเป็นลายอีกลักษณะหนึ่ง
สาว ๆ เคยเอามือไปลูบคล้ำบริเวณก้นแล้วเจอ เม็ดหรือตุ่ม อะไรบ้างมั๊ย? ไม่ต้องกังวลเพราะเรามีวิธีแก้ปัญหา สิวที่ก้น ให้คุณด้วย 4 วิธีง่าย ๆ มาลองทำกันเลย….

วิธีรักษาก้นลาย

การรักษาก้นลายที่เกิดจากสิวและผดผื่น การรักษาก้นลายที่เกิดจากสิวและจากผดผื่นจะแตกต่างกันออกไป หากเกิดจากสิวก็ต้องมาดูอีกว่าเป็นสิวจริง หรือสิวผด หรือรูขุมขนอักเสบ เพราะบางคนเป็นสิวจริงเหมือนกับสิวบนใบหน้า แบบนั้นก็ต้องใช้วิธีรักษาเหมือนการรักษาสิวบนใบหน้า ส่วนบางคนอาจเป็นลักษณะของผดร้อน เนื่องมาจากใส่กางเกงที่ระบายอากาศได้ไม่ดี ตอนออกกำลังกายก็เกิดเป็นผดร้อน เหมือนเวลาเด็ก ๆ มีผดร้อน แต่บางคนก็อาจจะเป็นรูขุมขนอักเสบ คือ เกิดจากเชื้อแบคทีเรีย
สิวที่ก้น
ซึ่งเหล่านี้จะต้องให้แพทย์เป็นผู้วินิจฉัย เพื่อแยกโรค เพราะการรักษาแต่ละแบบจะต่างกัน ดังนั้นหากคุณเป็นสิวที่ก้นก็ควรจะหาวิธีรักษาสิวหรือผดผื่นให้ได้เสียก่อน แล้วจึงค่อยมาดูเรื่องของการรักษารอยดำกันอีกที ซึ่งวิธีรักษารอยดำก็ไม่ได้ต่างจากการรักษารอยดำบนใบหน้าแต่อย่างใด โดยวิธีป้องกันและรักษาก้นลายกรณี คุณสามารถทำได้โดย…
  1. ดูแลตัวเอง : ควรดื่มน้ำวันละ 8 แก้ว เพื่อเพิ่มความชุ่มชื้นให้กับร่างกาย หลีกเลี่ยงการรับประทานอาหารขยะที่ไม่มีประโยชน์ เพราะสิ่งเหล่านี้เป็นต้นเหตุของการเกิดสิว ใช้น้ำยาซักผ้าที่ไม่ก่อให้เกิดอาการแพ้ (non-allergenic) เลือกใช้กระดาษชำระที่ไม่มีส่วนผสมน้ำหอมและสีย้อม และการแพ้อาหารบางอย่างก็อาจเป็นต้นเหตุของการเกิดสิวด้วยเช่นกัน
    วิธีแก้ก้นลาย
  2. เลือกกางเกงที่สวมใส่สักนิด : ไม่สวมใส่กางเกงหรือชุดชั้นในที่รัดแน่นจนเกินไป ที่สำคัญก็คือไม่ควรออกกำลังกาย โดยใส่กางเกงที่อับและไม่มีการระบายอากาศ เพราะจะทำให้เกิดผื่นเล็ก ๆ ซึ่งมีลักษณะคล้ายสิวได้เหมือนกัน
    วิธีรักษาก้นแตกลาย
  3. อาบน้ำทุกครั้งหลังเหงื่อออก : เมื่อออกกำลังกายจนเหงื่อท่วมตัว เสื้อผ้าเราจะอับชื้น ถ้าปล่อยไว้นาน ๆ จะทำเกิดสิวได้ ทางที่ดีคุณควรรีบถอดเสื้อออกแล้วไปอาบน้ำตามปกติ และอาจใช้สบู่หรือครีมอาบน้ำที่มีส่วนผสมของ Benzoyl Peroxide ที่ช่วยลดเชื้อสิว มีฤทธิ์ฆ่าเชื้อแบคทีเรียที่เป็นสาเหตุของการเกิดสิว และช่วยผลัดเซลล์ผิวชั้นนอกจึงลดการอุดตันรูขุมขน
  4. ขัดผิวหรือสครับ : บางคนอาจใช้วิธีขัดผิว ซึ่งมันก็ได้ผลเหมือนกัน แนะนำว่าควรใช้ใยบวบหรือแปรงขัดผิวเพื่อชำระล้างเชื้อแบคทีเรียและเซลล์ผิวที่ตายแล้วบนผิวออกไป แต่ทำมากไปหรือแรงเกินไปก็ไม่ส่งผลดี เพราะการใช้บอดี้สครับขัดแบบรุนแรงมาก ๆ อาจเป็นการไปกระตุ้นให้เกิดการระคายเคืองหรือไปกระตุ้นให้เกิดสิว หรืออีกวิธีให้ใช้สครับยี่ห้ออะไรก็ได้ หรือจะใช้เกลือสปา ใช้เกลือขัดก็ยังได้ โดยนำมาสครับผิวบริเวณก้นแบบเบามือ
  5. บำรุงผิวสักหน่อย : หลังอาบน้ำควรบำรุงผิวบริเวณที่เป็นรอยแตกทุกครั้งมีอยู่หลายแบบด้วยกัน หากเป็นคนมีสิวที่ก้นง่ายอยู่แล้ว พยายามเลี่ยงการใช้โลชั่นที่มีส่วนผสมของน้ำมัน เพราะอาจจะทำให้เกิดการอุดตันมากขึ้น
  6. กรดผลไม้ (AHA) ใช้กำจัดเซลล์ผิวที่ตายแล้วให้หลุดลอกออกไปโดยไม่ทำให้รูขุมขนเกิดการอุดตัน จึงช่วยลดต้นตอของปัญหาก้นลายจากสิวได้ อีกทั้งยังช่วยปรับสภาพสีผิวให้สม่ำเสมออีกด้วย สำหรับคนที่ไม่ใช้ก็แนะนำให้เริ่มจากความเข้มข้นน้อย ๆ ก่อน ที่ 15% ส่วนผู้ที่เคยใช้มาแวก็อาจใช้ความเข้มที่ 30% ก็ได้ครับ
  7. กรดซาลิไซลิก (Salicylic Acid) หรือ BHA เป็นกรดที่มีฤทธิ์ทำให้เซลล์ผิวหนังชั้นนอกสุดหลุดลอกออกไปขึงจะช่วยลดปัญหาสิวอุดตัน เหมาะกับคนที่ผิวบอบบาง เพียงแค่คุณใช้สำลีชุบด้วยผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดที่มีส่วนผสมของบีเอชเอทาสัปดาห์ละ 2-3 ครั้ง สิว ก็จะค่อย ๆ ยุบลงไปเอง
  8. การใช้ยาในกลุ่มต้านการสร้างเม็ดสี หรือการใช้วิตามิน เช่น วิตามินซี มาช่วยลดรอยด่างดำ
  9. รับประทานอาหารเสริมซะบ้าง : รับประทานวิตามินหรืออาหารเสริมที่มีวิตามินเอ วิตามินบี5 วิตามินซี วิตามินอี ซีลีเนียม และซิงค์ เพื่อช่วยบำรุงผิว
    วิธีรักษาก้นลาย
  10. ไอพีแอล (IPL) เหมือนเวลาเราไปยิงรักษารอยดำของสิวบนใบหน้า ซึ่งสามารถนำมาใช้กับผิวบริเวณก้นได้เช่นกัน

วันอังคารที่ 10 พฤศจิกายน พ.ศ. 2558

มาเพิ่มพลังสมองด้วยสูตรเพิ่มความจำสิคะ


e_dfhlruwxz124
                                                                                                            
     "สูตรอาหาร เพิ่มความจำ อาหารสมอง" 
หลักง่ายๆ 
ในการเลือกรับประทานอาหารให้ได้ครบสูตรในแต่ละมื้อ 
โดยไม่ต้องมานั่งนับแคลอรีให้ปวดหัว อาจารย์ศัลยา 
แนะให้แบ่งจานอาหารออกเป็น 4 ส่วนเท่าๆ กัน 
ประกอบไปด้วย ผัก ผลไม้ ข้าวธัญพืช และโปรตีน
อาหารเช้า
'สำคัญที่สุดคือ ต้องกินอาหารเช้า 
เนื่องจากสมองคนเราต้องการน้ำตาลกลูโคสเพื่อใช้เป็นพลังงาน 
ถ้าเราไม่รับประทานอาหารก็จะทำให้สมองขาดเชื้อเพลิงในการทำงาน'
อาจารย์ศัลยา กล่าวถึงผลวิจัยที่พบว่า 
คนที่รับประทานอาหารเช้าจะขาดโรงเรียนหรือขาดงานน้อยกว่า 
รวมไปถึงการทดสอบทางคณิตศาสตร์ สมาธิ ความคิดสร้างสรรค์ 
ความรวดเร็วในการแก้ปัญหา การรำลึกความจำ ความแม่นยำในการทำงานดีขึ้น 
แถมยังมีอารมณ์ดีกว่าคนไม่กินข้าวเช้าอีกด้วย
คราวนี้เรามาดูกันสิว่า 
อาหารเช้าแบบไหนที่เป็นของ 'ต้องการ' หรือ 'ต้องห้าม'
อาหารเช้าที่ผู้เชี่ยวชาญ 
แนะนำ ได้แก่ ซีเรียลผสมนมพร่องมันเนย หรือนมถั่วเหลือง ผลไม้ 1 ชนิด และน้ำผลไม้ 
(ไม่ผสมน้ำเชื่อม) 1 แก้วเล็ก
ถ้าอยากรับประทานอาหารเช้าแบบอเมริกัน 
ขอแนะนำเป็น ไข่ดาว ขนมปังโฮลวีททาเนยถั่ว งดไส้กรอก แฮม เพราะมีไขมันสูง 
กาแฟ 1 ถ้วย อนุญาตให้เติมน้ำตาล 1 ช้อนชาพอ
อาหารเช้าแบบไทยๆ 
แนะนำให้รับประทานข้าวต้มเครื่อง ข้าวต้มปลา 
เสริมผัดผัก 1 จาน หรือข้าวโพด 1 ฝัก นมถั่วเหลือง1 แก้ว 
น้ำส้มสด 1 แก้วเล็ก มะละกอ 1 เสี้ยว 
นี่คือตัวอย่างของอาหารเช้า คุณภาพดี
อาหารกลางวัน
อาหารไขมันสูงหรือน้ำตาลสูง 
นอกจากจะทำให้ง่วงนอนแล้ว สมองก็ไม่แล่นอีกด้วย ฉะนั้น 
มื้อเที่ยงจึงไม่ควรเป็นมื้อหนัก มีโปรตีนเล็กน้อย 
ธัญพืชไม่ขัดสีมากหน่อย จะช่วยให้สมองตื่นตัวตลอดเวลา อาหารแนะนำได้แก่ 
แซนด์วิชทูน่าขนมปังโฮลวีท สลัด (น้ำสลัดไขมันต่ำ) 1 จาน น้ำผลไม้ 
และผลไม้สด หรือก๋วยเตี๋ยวน่องไก่ใส่เส้นน้อยๆ ผักเยอะๆ 
ไม่ใส่กระเทียมเจียว ไม่รับประทานหนังไก่ 
หรือถ้าอยากรับประทานสปาเกตตีสักจานก็ขอให้เพิ่มสลัดอีก 
1 จาน
ไม่แนะนำ ก๋วยเตี๋ยวผัดซีอิ๊ว เพราะมีไขมันมาก เปลี่ยนเป็นราดหน้าจะดีกว่า
โดยเปลี่ยนจากเส้นใหญ่ เป็นเส้นหมี่ วุ้นเส้น หรือเส้นก๋วยเตี๋ยวเซี่ยงไฮ้
ชวนสมองออกกำลังกาย
การออกกำลังกายควบคู่ไปกับการรับประทานอาหารที่สมองต้องการเป็นสิ่งที่จำเป็น 
วิธีการออกกำลังกายแบบแอโรบิกและโยคะ เป็นวิธีที่อาจารย์ศัลยาแนะนำ 
รวมไปถึงการออกกำลังกายสมอง ด้วยการท้าทาย 
ในการทำสิ่งใหม่ๆ ดูบ้าง ไม่ว่าจะเป็นเกมที่ใช้ความคิด ลองหัดวาดรูป 
หรือเรียนดนตรี อย่าลืมว่าไม่มี อะไรแก่เกินเรียน
สมูทตี้สูตรสดชื่น
ส่วนผสม : 
แครอท 4 หัว แอปเปิล 1 ผล ขิงเล็กน้อย พริกหวานสีแดง 1/2 เม็ด 
ผิวมะนาวเล็กน้อย ซอสโทบาสโก้นิดหน่อย
วิธีทำ - 
นำมาปั่นรวมกัน รินใส่แก้วรับประทานทันที ไม่ควรทิ้งไว้
เมนูบำรุงสมอง ซุปถั่ว 
ซุปมันฝรั่ง ซุปฟักทอง แกงกะหรี่ผักอินเดีย ต้มยำปลา ต้มยำกุ้ง 
เต้าหู้ผัดผัก หลายๆ สี ผัดเปรี้ยวหวานไก่
เคล็ดลับเพิ่มความจำระยะสั้น 
ท่องหนังสือ ก่อนเข้าประชุม กินน้ำตาลปริมาณ 1 ช้อนชา 
จะช่วยให้ร่างกายรู้สึกกระปรี้กระเปร่า สดชื่น ในขณะเดียวกัน 
หากร่างกายได้รับน้ำตาลมากเกินไปจะก่อให้เกิดอาการซึมเศร้า 
ขาดความกระตือรือร้น / กาแฟ วันละ 1 ถ้วย น้ำตาล 
1 ช้อนชา เท่านั้นพอ
---------------------------
ขอขอบคุณภาพจาก www.thaihealth  / women.thaiza

ตาใสแจ๋วได้ด้วยการบำรุง


ทาน 5 ผัก บำรุงสายตา (Woman Plus)
          วันนี้เราจะพามาทำความรู้จักกับผักแสนอร่อย 5 ชนิด ที่จะช่วยบำรุงสายตาของเราให้จัดเจนแจ่มแจ๋วกันนะคะ ใครอยากรู้ว่ามีผักอะไรบ้าง รอติดตามกันเลยค่ะ
อาหารเพื่อสุขภาพ

 ผักบุ้ง

          ผักบุ้งช่วยบำรุงสายตา ไม่ทำให้ปวดตา สายตาสั้น แสบตา จะกินผักบุ้งก็ต้องกินผักบุ้งดิบ รับทั้งวิตามิน A และวิตามิน C รวมถึงเบต้า-แคโรทีน เป็นวิตามินที่ช่วยป้องกันมะเร็งได้ด้วย นอกจากวิตามินแล้ว ผักบุ้งยังมีเกลือแร่ มีธาตุเหล็กที่ช่วยบำรุงเลือด ไม่ว่าจะนำไปผัด ต้ม ลวก หรือ ทอด อร่อยไม่แพ้กันเลยทีเดียวคะ สาวๆคนไหนต้องการดวงตาที่เปร่งประกายก็สามารถทานผักบุ้งเป็นประจำแล้วนอกจากสายตาจะดี เพิ่มการขับถ่าย หุ่นสวย แล้วยังช่วยรักษาดวงตาไว้ให้ใช้งานได้ดีไปนานๆด้วยคะ
อาหารเพื่อสุขภาพ

 แครอท

          แครอทมีสารเบต้าแคโรทีนมากที่สุดในบรรดาผักสีส้ม นอกจากนี้มันก็ยังมีวิตามินและแร่ธาตุอื่นอีกหลายชนิด เบต้าแคโรทีนก็คือ วิตามินเอ ซึ่งช่วยในการบำรุงรักษาดวงตาเพราะมันมีผลต่อปฏิกริยาเคมีของดวงตาต่อแสง วิตามินเอยังช่วยให้มีผิวที่ดีอีกด้วย และช่วยสร้างภูมิคุ้มกันโรคต่าง ๆ เช่นมะเร็งได้ดี
ตำลึง
ตำลึง

          ตำลึงมีคุณค่าทางอาหารสูง มีเบต้าแคโรทีนที่ดีที่สุด เบต้าแคโรทีนเป็นสารกลุ่มแคโรทีนอยด์ทำหน้าที่กรองแสงให้กับดวงตา ป้องกันไฟเบอร์ของเลนส์ตาจากความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นจากการถูกออกซิไดซ์ด้วยแสง ป้องกันการเกิดต้อ เบต้าแคโรทีนเป็นสารที่เปลี่ยนเป็นวิตามินเอได้ จัดเป็นสารกลุ่มแคโรทีนอยด์ที่มีประสิทธิภาพการทำงานดีที่สุด
อาหารเพื่อสุขภาพ

 คะน้า

          คะน้ามีสารต้านอนุมูลอิสระ คือวิตามินซีและเบต้าแคโรทีน ซึ่งร่างกายจะเปลี่ยนเป็นวิตามินเอที่มีผลต่อการบำรุงสายตา เสริมสร้างสุขภาพผิวพรรณและต้านทานการติดเชื้อ
อาหารเพื่อสุขภาพ

 ฟักทอง

          ฟักทองมีประโยชน์หลายอย่าง เช่น ช่วยบำรุงสายตา ผิวพรรณ ระบบย่อยอาหาร บำรุงตับไต สร้างเซลล์ใหม่แทนเซลล์เก่าที่ตายไปแล้ว มีสารลูทีนป้องกันการเสื่อมของจุดหรือแสงสีของเรตินา มีวิตามินเอบำรุงสายตา มีเบตาแคโรทีนซึ่งมีสาร Antioxidant สูงจึงช่วยต้านมะเร็งได้อีกด้วย
---------------------
ขอขอบคุณภาพจาก dek-d

วันจันทร์ที่ 9 พฤศจิกายน พ.ศ. 2558

เฮลตี้ง่ายๆไปกับ "อาหารชีวิจิต"


   อาหารชีวิจิต แบ่งออกเป็นหลายแบบคะแยกออกเป็นกลุ่มๆด้วยกัน มีกลุ่มแป้ง กลุ่มผัก กลุ่มถั่ว ธัญพืช โปรตีน ซึ่งเราได้จัดมาให้เพื่อความเข้าใจของผู้อ่านเรียบร้อยแล้วคะ 
macrobiotic-diet
   กลุ่มแรก อาหารประเภทแป้งซึ่งไม่ขัดขาว เช่น ข้าวซ้อมมือ ข้าวกล้อง ถ้าเป็นข้าวโพดจะเป็นข้าวโพดทั้งเมล็ดหรือทั้งฝัก และถ้าเป็นแป้งขนมปัง ก็เป็นขนมปังโฮลวีท (ทำจากข้าวสาลี) และถ้าจะให้แป้งเป็นกลุ่มของ Complex คาร์โบไฮเดรต คือเป็นแป้งหลายชั้น ซึ่งมีโปรตีนปนอยู่ด้วยก็ควรเติมมันเทศ มันฝรั่ง ฟักทองลงไป

   กลุ่มที่ 2 ผัก ใช้ทั้งผักดิบและผักสุกอย่างละครึ่ง ทำเป็นสลัดผักสด หรือทำเป็นผักสุกจิ้มน้ำพริก หรือผัดน้ำมันพืชแต่น้อย
ผักถ้าปลูกเอง ไม่ใช้สารเคมีจะดีที่สุด แต่ถ้าต้องซื้อจากตลาด ต้องเลือกผักที่ปลอดสาร ล้างผ่านน้ำ และแช่น้ำด่างทับทิม หรือแช่น้ำส้มสายชูสัก 1-2 ชั่วโมงก็จะช่วยล้างสารพิษได้
   กลุ่มที่ 3 ถั่วต่างๆ อยู่ในประเภทโปรตีน เช่น ถั่วเขียว ถั่วแดง ถั่วเหลือง ถั่วดำ และผลิตผลจากถั่ว เช่น เต้าหู้ โปรตีนเกษตร หรือผลิตผลซึ่งดัดแปลงจากถั่วในรูปต่างๆ
นอกจากนี้ จะใช้โปรตีนจากสัตว์เป็นครั้งคราว คือ ปลาและอาหารทะเล ประมาณสัปดาห์ละ 1-2 ครั้ง
กลุ่มสุดท้าย เบ็ดเตล็ด ประเภทของกินเล่น แกง หรือซุป เป็นแบบไทยๆ ก็แกงจืดหรือแกงเลียง เป็นน้ำซุปก็เป็นมิโซะซุป
สิ่งที่กินได้เป็นประจำคือสาหร่ายทะเล จะผสมอาหารต่างๆเป็นเครื่องปรุง หรือใส่แกงหรือผัดผักต่างๆ ก็ได้ เครื่องปรุงอีกอย่างคืองาสดและงาคั่ว ใช้โรยอาหารต่างๆได้ทุกอย่าง นอกจากนั้น กินเป็นถั่วต่างๆและเมล็ดพืชกินเล่น เช่น ถั่วคั่ว เมล็ดฟักทอง เมล็ดแตงโม ผลไม้สด ซึ่งควรเป็นผลไม้สีเขียวที่ไม่หวาน เช่น ฝรั่ง มะม่วงดิบ พุทรา มะละกอสุก สัปปะรด
กลุ่มนี้กินปริมาณ 10% ของแต่ละมื้อ
สูตร 1 ถ้าเขียนรูปแผนผังจะเป็นรูปดังนี้
ข้าว 50%
ผัก 25%
โปรตีน 15%
เบ็ดเตล็ด 10%
สูตร 2 (สำหรับเบาหวาน/หลอดเลือด, โรคหัวใจและที่ต้องการลด
น้ำหนัก) ชนิดของอาหารเหมือนสูตร 1 ทุกอย่าง แต่ให้เปลี่ยนสัดส่วน
ดังต่อไปนี้
- ข้าวหรือแป้งให้ลดเหลือ 30% (จากเดิม 50%)
- ผักเพิ่มเป็น 35% (จากเดิม 25%)
- โปรตีนเพิ่มเป็น 25 % (จากเดิม 15%)
- ส่วนเบ็ดเตล็ดคงเดิม 10%
ถ้าเป็นแผนผัง จะเป็นรูปดังนี้
ข้าว 30%
ผัก 35%
โปรตีน 25%
เบ็ดเตล็ด 10%
นอกจากนี้ก็มีอาหารที่ควรงด
  1. งดเนื้อสัตว์ เช่น หมู ไก่ เป็ด เนื้อวัว
  2. งดน้ำตาลขาวทุกชนิด รวมทั้งอาหาร ขนม และเครื่องดื่มที่ผลิตจากน้ำตาล เช่น ฝอยทอง เค้ก ไอศกรีม น้ำหวานต่างๆ
  3. งดอาหารรสมัน ที่ใช้น้ำมัน นม เนย กะทิ ของทอด
  4. งดแป้งขาวทุกชนิด เช่น ข้าวขาว ก๋วยเตี๋ยว ขนมจีน ขนมปังขาว
ตัวอย่างอาหารชีวจิต
อาหารเช้า : ขนมปังโฮลวีททาแยมผลไม้ เนยถั่ว หรือน้ำพริกเผา     
               สลัดผักปลาทูน่า
อาหารจานเดียว : ก๋วยเตี๋ยวราดหน้า ผัดซีอิ๊ว(เส้นข้าวกล้อง)
                     เย็นตาโฟเต้าหู้(ผักบุ้งมากๆ) ข้าวผัดหนำเลี้ยบ 
                     ก๋วยเตี๋ยวผัดไทย ข้าวต้มเห็ด โจ๊กอาร์.ซี.
อาหารกินกับข้าวต้ม : ผัดถั่วงอก ปลาสลิด ยำกุ้งแห้ง เต้าหู้ยี้ ยำหัวไชโป๊ว
                         ผัดผักบุ้งไฟแดง
อาหารกินกับข้าวสวย : แกงเลียง แกงส้ม น้ำพริกปลาทู-ผักจิ้ม 
                           แกงจืดเต้าหู้ขาว เมี่ยงปลาทู ผัดผักรวมมิตร
                           ผัดมะเขือยาว ลาบเห็ด ต้มยำกุ้งเต้าหู้ จับฉ่าย
                           แกงเหลือง แกงป่า ฯลฯ
ขนมและของว่าง : แซนด์วิชทูน่า เต้าฮวย-เต้าหู้ เมี่ยงคำ ถั่วแดง น้ำแข็งใส
                     ถั่วเขียวต้มน้ำตาล ทรายแดง มันต้มขิง
   ถ้าคุณกินอาหารถูกต้องตามที่ "ชีวจิต" แนะนำ ก็ไม่จำเป็นจะต้องกินวิตามินหรือแร่ธาตุเสริม แต่เนื่องจากชีวิตความเป็นอยู่และชีวิตประจำวันของคุณที่มักจะชอบกินอาหารจำพวกแป้ง พวกน้ำตาล (เช่น เค้ก ไอศกรีม น้ำอัดลม) และของหวานเป็นประจำ อยู่ในสิ่งแวดล้อมซึ่งเต็มไปด้วยมลพิษ หรือคุณมีอายุตั้งแต่ 50 ปีขึ้นไป คุณอาจต้องการวิตามินและแร่ธาตุเสริมบ้าง
ขอขอบคุณภาพจาก never-age / dietshowto
ขอขอบคุณข้อมูลจาก cheewajithome

วันพฤหัสบดีที่ 5 พฤศจิกายน พ.ศ. 2558

ไม่คิดสั้น ฆ่าตัวตาย ทำร้ายตัวเอง กับ 10 วิธีดูแลจิตใจตนเอง


10 วิธีดูแลจิตใจตนเอง

news_19nov11_1

    การดูแลตัวเองนั้นเป็นการดูแลทั้งภายนอกและภายใน นอกจากการรับประทานอกาหรที่ดีมีประโยชน์แล้ว ยังต้องฝึกจิตใจให้มีความสุข หรือเรียกอีกอย่างคือ มีสุขภาพจิตที่ดีนั่นเองคะ โดยวันนี้เราก็นำเอาวิธีเทคนิคดูแลสุขภาพจิตมาฝากกันคะ

          
1. ตั้งสติให้มั่น มองทุกปัญหาว่ามีทางแก้ไข 


          2. หากรู้สึกท้อใจ ให้ค้นหาแหล่งสร้างกำลังใจให้กับตัวเอง ได้แก่ ความรักความผูกพันกับคนในครอบครัว ความศรัทธาทางศาสนา การมีเป้าหมายชีวิตที่มีคุณค่า ความเชื่อว่าปัญหาจะผ่านไป ... แล้วมันจะดีขึ้น การมองเห็นสิ่งดี ๆ ในชีวิต 

          3. ฝึกหายใจคลายเครียด และทักษะผ่อนคลายอื่น ๆ  

          4. นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ อย่างน้อยวันละ 6-8 ชั่วโมง 

          5. พูดคุยกับคนใกล้ชิด อย่าคิดคนเดียว ช่วยกันปรึกษาหารือ แปลงปัญหาเป็นโอกาสในการสร้างความผูกพันใกล้ชิดต่อกัน 

          6. บริหารร่างกายเป็นประจำ เท่าที่สภาพแวดล้อมจะเอื้ออำนวยอย่างน้อยครั้งละ30 นาที วันเว้นวัน 

          7. ศึกษาและปฏิบัติตามหลักคำสอนทางศาสนา 

          8. มองหาโอกาสในการช่วยเหลือผู้อื่น เข้าร่วมกิจกรรมของชุมชน 

          9. คิดทบคิดทบทวนสิ่งดี ๆ ในชีวิตเป็นประจำทุกวัน 

          10. จัดการปัญหาทีละขั้นทีละตอน ทำในสิ่งทีทำได้ สร้างความรู้สึกสำเร็จเล็ก ๆ จากสิ่งที่ทำ ไม่จมไปกับปัญหาที่ยังแก้ไขอะไรไม่ได้ หลีกเลี่ยงการใช้สุราหรือสารเสพติดในการจัดการความเครียดความทุกข์ใจ

------------------------
ขอขอบคุณข้อมูลจาก 
กรมสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณสุข

วันพุธที่ 4 พฤศจิกายน พ.ศ. 2558

มันเทศช่วยลดความอ้วนได้ 3 กิโลในข้ามคืนจริงหรอ??



533296_448340871906752_956006731_n
   มันเทศ  ช่วยให้ลดน้ำหนักได้ 3 กิโลได้ในชั่วข้ามคืน!!! กินเวลา 9.00 – 11.00 น. จะทำให้อิ่มท้องโดยไม่เพิ่มเอว-สะโพก
หลายคนคิดว่า “มันเทศ” เป็นอาหารประเภทแป้งยิ่งกินยิ่งเพิ่มน้ำหนัก ขอให้ลองอ่านบทความนี้ดูก่อน จะพบว่ามันเทศกลับกลายเป็นอาหารลดน้ำหนักที่ได้รับการยอมรับกันทั่วโลก มันเทศมีวิตามินเอสูง ช่วยในเรื่องการมองเห็นได้เป็นอย่างดี มีสารอาหารทรงคุณค่าที่ทำให้ตับอ่อนแข็งแรง มีสารต้านอนุมูลอิสระ มีวิตามินบี 5 วิตามินบี 6 วิตามินซี วิตามินบีส่งผลโดยตรงกับการลดน้ำหนัก วิตามินซี ช่วยทำให้ผิวพรรณเปล่งปลั่งสวยงาม และทำให้ร่างกายแข็งแรง

   นอกจากนี้มันเทศยังมีโพแทสเซียม คอปเปอร์ แมงกานีส สารอาหารที่ป้องกันโรคมากมาย รวมถึงโรคมะเร็ง และยังมีเส้นใยอาหาร หรือไฟเบอร์ ในปริมาณสูงมาก ทำให้รู้สึกอิ่มเร็ว จึงเหมาะมากกับการใช้เป็นอาหารลดน้ำหนัก

   ในมันเทศ 100 กรัมจะได้แคลอรี่ประมาณ 90-93 แคลอรี่ (ปริมาณความต้องการพลังงานของมนุษย์วันละ 1,800 – 2,000 กิโลแคลอรี่) อีกทั้งคนส่วนใหญ่จะกินมันเทศได้ไม่มากนัก เพราะมันเทศมีคุณสมบัติไปฟูในท้องทำให้อิ่มเร็ว 


   มันเทศ มีอยู่หลายสี เช่นเหลืองอ่อน เหลืองจัด เหลืองส้ม และสีม่วง ทุกสีจัดเป็นแหล่งรวมวิตามินซี สารอาหาร และเส้นใยอาหาร มีข้อมูลว่า หัวมันเทศชนิดหัวสีเหลือง จัดเป็นแหล่งเบต้าแคโรทีนชั้นเยี่ยม วิตามินเอสูง

   อาจารย์ สุธิวัสส์ คำภา นักธรรมชาติบำบัดชื่อดัง กล่าวว่ามันเทศมีประโยชน์ในการลดน้ำหนักได้ โดยให้รับประทานในช่วงเวลา 9.00 – 11.00 น.

   ดร. กิลเลียน แมคคีธ นักโภชนาการอาหาร นักเขียน และพิธีกร รายการ You are what you eat จัดให้มันเทศเป็นอาหารลดหุ่นที่ช่วยให้ลดน้ำหนักได้ถึง 3 กิโลกรัม ได้ในชั่วข้ามคืน
แหล่งวิตามินบี 6 ช่วยบรรเทาอาการก่อนมีประจำเดือน ช่วยให้ร่างกายผลิตพลังงานจากอาหารได้มากขึ้น และเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่งต่อการลดน้ำหนัก มันเทศเป็นคอมเพล็กซ์คาร์โบไฮเดรตซึ่งปล่อยพลังงานช้า มีกากใยมาก ทำให้อิ่มท้องอยู่ได้โดยไม่เพิ่มเอวหรือสะโพก ทำให้ตับอ่อนแข็งแรง

 มันเทศ เป็นอาหารพื้นๆ ที่หากินได้ง่ายๆ อาทิ มันเทศต้ม มันเทศเผา มันเทศเชื่อม มันเทศต้มขิง เป็นส่วนผสมสำคัญในขนมไข่นกกระทา หรือนำมาใส่ในแกงเผ็ด เช่นแกงกะหรี่ จะมีรสชาติกว่าใส่มันฝรั่ง เป็นต้น

   เครดิต: เรียบเรียงจาก foodslende
บทความเกี่ยวกับภูมิปัญญาไทย โดย อาจารย์ สุทธิวัสส์ คำภา (นักธรรมชาติบำบัด)
บทความ โดย ดร. กิลเลียน แมคคีธ นักโภชนาการอาหาร นักเขียน และพิธีกร รายการ You are what you eat จาก นิตยสาร Slimming มกราคม 2550

   ภาพ: ขอบคุณภาพจาก อินเตอร์เน็ต โดยนำมารวมกันเป็นภาพเดียว
*********** **************** **************
แบ่งปันความรู้ทั่วไป เพื่อความพอเพียง และสุขภาพที่ดี โปรดใช้วิจารณญาณ และศึกษาข้อมูลเพิ่มเติม
   ขอบคุณที่มาข้อมูลดีๆจาก ชีวอโรคยา
   ขอขอบคุณภาพจาก sator4u

วันอาทิตย์ที่ 1 พฤศจิกายน พ.ศ. 2558

เคล็ด (ไม่) ลับ กับการดูแลผิวคล้ำเสีย


download

เคล็บลับผิวสวย

    ผิวพรรณที่ดี ดูสวยงาม เป็นส่วนสำคัญอย่างหนึ่งที่เกิดจากการดูแลผิวที่ดี จนทำให้ปัจจุบันการบำรุงผิวพรรณด้วยครีมบำรุงให้สวยงามต่างก็มีการโฆษณาแข่งขันกันมากมาย ทำให้ครีมบำรุงผิวบางชนิดมีราคาแพงจนหลาย ๆ คนไม่สามารถซื้อหามาใช้ได้ แต่วันนี้เรามีวิธีการดูแลผิวให้สวยใส ด้วยวิธีง่าย ๆ แบบธรรมชาติไม่ต้องสิ้นเปลืองเงินทองในกระเป๋ากันมากนัก แต่ก่อนอื่นเลยก็ต้องมาดูสาเหตุทำให้ผิวพรรณเสื่อมโทรม แก่ชรา หมองคล้ำ เป็นฝ้า กระ และจุดด่างดำ กันเสียก่อนว่ามันมีสาเหตุมาจากอะไรบ้าง เพื่อที่เราจะได้หาทางป้องกันและแก้ไขได้ถูกวิธี

สาเหตุทำให้ผิวแห้งเสีย

  1. แสงแดด รังสีอัลตราไวโอเลตจากแสงแดดสามารถทำให้ผิวหนังเกิดริ้วรอยก่อนวัยได้ เพราะแสงแดดเป็นตัวทำลายคอลลาเจนที่เป็นเนื้อเยื่อที่ทำหน้าที่ประสานเซลล์ผิวหนังเข้าด้วยกันและไฟเบอร์อีลาสตินในผิวหนังจะหนาขึ้นเมื่อได้รับแสงแดดมากเกินไป หลาย ๆ คน โดยเฉพาะฝรั่งที่นิยมอาบแดดทำผิวสีแทน อาจจะเป็นที่นิยมแต่ก็ยังส่งผลกระทบต่อสุขภาพของผิวหนังและเพิ่มความเสี่ยงต่อโรคมะเร็งผิวหนังด้วย ส่วนกลไกการเกิดผิวสีแทนนั้น เมื่อผิวหนังของเราโดนแสงแดดจะไปกระตุ้นเม็ดสีเมลาโนไซท์ให้ปล่อยเมลานินออกมา และเม็ดสีจะย้ายไปอยู่ที่พื้นผิวของผิวหนังและทำให้เกิดสีน้ำตาลขึ้นเพื่อปกป้องผิวจากการถูกทำลายโดยแสงแดด นอกจากนี้ความร้อนจากแสงแดดยังเป็นตัวทำให้น้ำมันที่เคลือบผิวหนังลดน้อยลงอีกด้วย ซึ่งเป็นสาเหตุทำให้ผิวหนังลอกเป็นสะเก็ดและแห้ง
  2. อากาศแห้ง อย่างฤดูหนาว ความชื้นในอากาศจะต่ำลงเป็นสาเหตุทำให้ผิวแห้งหยาบ ส่วนลมหนาวจะเป็นตัวทำให้ผิวแห้งแตกและดึงความชุ่มชื้นออกจากผิวหนัง ดังนั้นเมื่ออากาศหนาว ๆ เราจึงจำเป็นต้องทาโลชั่นป้องกันผิวไว้ทั้งตัว ส่วนเครื่องทำน้ำอุ่นก็ทำให้ผิวแห้งได้เช่นกัน นอกจากนี้เครื่องปรับอากาศในเมืองร้อนและอากาศเทียมบนเครื่องบินก็ทำให้ผิวแห้งได้ด้วย เราจึงจำเป็นต้องทาครีมเพิ่มความชุ่มชื้นให้ทั่วผิวด้วย
  3. อากาศหนาว อากาศที่หนาวจัดจะทำให้เส้นเลือดหดตัว เลือดไปเลี้ยงส่วนต่าง ๆ ได้ไม่ดีนัก เราจึงจำเป็นต้องมีการออกกำลังบริหารร่างกายเพื่อกระตุ้นเลือดให้ไปเลี้ยงส่วนต่าง ๆ ของร่างกายรวมถึงผิวหนังด้วย และควรสวมเสื้อผ้าให้ความอบอุ่น รวมทั้งการปรับอุณหภูมิของน้ำอุ่นที่ใช้อาบให้เย็นขึ้น
  4. มลภาวะในอากาศ ฝุ่นควันเสีย ควันจากอาหาร ฯลฯ จะทำให้มีสารตกค้างที่ผิวหนังจนส่งผลทำให้ผิวพรรณเสื่อมโทรมและดูหมองคล้ำ ซึ่งปกติแล้วเยื่อหุ้มเซลล์จะเป็นด่านป้องกันที่สำคัญของร่างกายและมีหน้าที่ตัดสินว่าสารตัวใดที่ควรหรือไม่ควรจะนำเข้าสู่ร่างกาย สารอันตรายจะถูกกันออกจากเซลล์โดยเยื่อหุ้มเซลล์ได้ในปริมาณหนึ่ง แต่ถ้ามากเกินไปก็จะกันไม่ได้ (สารอนุมูลอิสระสามารถทำลายกลไกนี้ได้)
  5. ความเครียด เป็นสาเหตุทำให้เกิดการหลั่งฮอร์โมนแห่งความเครียดและการทำงานของร่างกายแปรปรวนในหลายระบบ รวมทั้งการขับถ่ายของเสีย สารพิษ และทำให้ผิวหนังเสื่อมง่าย
  6. สารตกค้าง ในอาหารหลายชนิดก็เป็นสาเหตุทำให้ร่างกายไม่สดใสงดงามได้ อีกทั้งยังเป็นอนุมูลอิสระที่คอยทำให้เซลล์เสื่อมและแก่ชรา เช่น สารกันบูด สารกันรา ยาฆ่าแมลง เป็นต้น
  7. การสูบบุหรี่ อีกสาเหตุที่ทำให้เกิดสารอันตรายเข้าไปทำลายเนื้อเยื่อต่าง ๆ ทำให้หลอดเลือดหดตัว และทำให้การส่งสารอาหารไปตามหลอดเลือดแย่ลง
  8. ยาเสพติด ก็ทำให้เกิดสารอันตรายทำลายเนื้อเยื่อต่าง ๆ ได้เช่นกัน และยังมีสารอนุมูลอิสระที่ทำลายเซลล์เซลล์ให้เสื่อม แก่ชรา และอาจกลายเป็นเซลล์มะเร็งได้
  9. เครื่องดื่มที่มีคาเฟอีน เช่น น้ำชา กาแฟ จะทำให้เนื้อเยื่อทั่วร่างกายและผิวหนังขาดน้ำจนเกิดรอยเหี่ยวย่นและเกิดถุงใต้ตาได้ง่าย
    แสงไฟที่สว่างจากจอคอมพิวเตอร์ จอโทรศัพท์ที่มีรังสีต่าง ๆ จะไปกระตุ้นให้เซลล์สร้างเม็ดสีดำมากขึ้นและกระจายสู่หนังกำพร้าได้เช่นเดียวกับแสงอาทิตย์
  10. น้ำหนักตัวที่ลดลงอย่างรวดเร็ว มีผลทำให้ผิวหนังเหี่ยวย่นและหย่อนยานอย่างชัดเจน ดังนั้นการควบคุมน้ำหนักตัวให้คงที่จะช่วยป้องกันการเกิดริ้วรอยเหี่ยวย่นได้
---------------------------------------
ขอขอบคุณที่มาข้อมูลจาก frynn 
ขอขอบคุณภาพจาก pooyingnaka